จะเคลือบพื้นไม้สักด้วยตัวเอง ขอคำแนะนำด้วยครับ

สวัสดีครับ
ผมอยากทำการเคลือบไม้สัก บ้านของตัวเองครับ ก็ค่อยๆ ทำค่อยๆ ซื้อของไป

ผมกับแฟนก็คิดว่าจะลองที่บันไดก่อน เพราะแผ่นใหญ่ไม่มีรอยต่อให้ต้องโป๊วมาก ก็ตกลงซื้อกระดาษทราย + ผงสีอุด (อันนี้คนขายแนะนำ) + น้ำยาเคลือบผิวไม้ ซึ่งทีแรกอยากได้ วู๊ดสเตน แต่แฟนบอกว่าแพง ให้ทดลองด้วย โพลียูเรเทน ก่อน

ผมก็ช่วยกันขัดๆๆ ใส่เครื่องช่วยขัดที่เป็นแบบสั่นๆๆ จนเนียน พอใจแล้ว แต่มันมีหลุมมีร่อง ก็เอา ผงสี (ที่คนขายแนะนำ ) มาผสมน้ำ อุด ปรากฏว่ามันเหลืองครับ แล้ว ก็ อุดยังไงก็ไม่แข็ง พอที่จะขัดซะที เป็นร่อง อยู่ดี ตรงไหนเป็นรู ก็จะบุ๋มลงไป อยู่ดี

เลยล้างออกดีกว่า  ก็เลยเข้ามาถามในนี้ว่า ผมควรทำอย่างไรดีครับ

By: mangkhud
Since: 27 ก.ย. 55 12:29:40


9 ความคิดเห็น บนเรื่อง “จะเคลือบพื้นไม้สักด้วยตัวเอง ขอคำแนะนำด้วยครับ

  1. สภาพตอนลงผงโป๊ว ที่ร้านแนะนำ ผมว่ามันสีเหลือง ขืนขัดจนเนียนได้ ทาเคลือบมันก็เหลืองสิ

    By: มังคุด (mangkhud)
    Since: 27 ก.ย. 55 12:30:50

  2. ล้างออกดีกว่า

    By: มังคุด (mangkhud)
    Since: 27 ก.ย. 55 12:31:28

  3. เคลือบด้วยเจ้าตัวนี้ครับ

    By: มังคุด (mangkhud)
    Since: 27 ก.ย. 55 12:32:10

  4. ผมเห็นตอนช่างทำให้ที่บ้าน เขาใช้เศษผงไม้ที่ขัดออกมาผสมกับกาวลาแท๊กซ์ที่ใช้ติดไม้น่ะครับ แล้วก็ทำการโป๊ว เสร็จแล้วจึงขัดด้วยกระดาษทรายอีกที เรียบเนียนดูไม่ออกครับ

    ข้อดีคือ เป็นสีเดียวกับตัวไม้ที่อุดไว้ไม่ต้องทำสีครับ แต่ช่างบางท่านก็ใช้ดินสอพองมาผสมกาวแล้วอุดนะครับ

    ใช้วู๊ดสเตนเถอะครับ แล้วค่อยเคลือบด้วยโพลียูรีเทรน (ถ้าต้องการให้สีติดนาน) แต่ข้อเสียคือ ค่อนข้างลื่นครับ

    ลืมบอกว่า ชอบบันไดครับ สีไม้สวยมากยิ่งเก่ายิ่งสวยอ่ะ ชอบมากมายครับ

    ( กิ๊ฟหมดแล้วกดให้ไม่ได้ด้วย ขอโทษด้วยครับ)

    By: อั่งเปาใจ
    Since: 27 ก.ย. 55 13:38:21

  5. ถ้าจะเคลือบใส อย่าไปใช้ตัวโป้วอย่างนั้นเลยครับ
    ปล่อยเป็นร่อง เป็นรูดีกว่า ธรรมชาติดี แนวนี้กำลังมาแรง

    แต่ถ้าจะอุดจริงๆ ต้องอุดแล้วค่อยขัดครับ
    ตอนอุดก็อุดเผื่อตัวโป้วยุบตัวหน่อย พอแห้งขัดแล้วก็เรียบพอดี
    แต่ถ้าไม่ชอบรูร่องไม้จริงๆ ที่พออุดแล้วใกล้เคียงคงต้องใช้ผงไม้ครับ
    หาซื้อได้ที่บางโพ หรือเอาเครื่องเจียรขัดเศษไม้สักเอา
    สูตร 1 ก็เอาผงไม้ผสมกาวลาเท็กซ์จนเหนียวหนึบ อุดลงไปตามรู แล้วเช็ดส่วนเกินออก ขัดอีกที ทายูริเทนทับ
    สูตร 2 เอาผงไม้อัดลงจนเต็มรู(หาอะไรรองก้นรูก่อน) เอาเศษไม้อุดไปก่อนก็ได้ถ้ารูใหญ่ แล้วค่อยเอาผงไม้ปิดบน
    จากนั้นหยอดกาวร้อนลงไป(จะมีควันขึ้นมา อย่าดมนะครับ) ผงไม้ก็จะกลายเป็นแผ่นเดียวกับแผ่นไม้ ขัดให้เรียบอีกที

    ที่เห็นในรูป ลงยูริเทนไปหมดแล้วนี่ครับ

    By: คนรักดาบไทย
    Since: 27 ก.ย. 55 18:22:44

  6. สวัสดีครับ
    ตอบคุณ อั่งเปาใจ – ขอบคุณครับ -/- กะลองฝีมือก่อนครับ ก็เลย ซื้อถูกๆ มาก่อน ถ้า วู๊ดเสตน นี่ สตารท์ คงเป็นหลักพันขึ้น ลองแค่นี้ไม่กี่ร้อยบาท

    ตอบคุณ คนรักดาบไทย – อ่านบทความ และ กระทู้ที่ห้อง ศุภฯ บ่อยๆ -/- ขอบคุณมากครับ พี่ตอบแบบนี้เลย 2 จิต 2 ใจเลยว่าจะอุดไม่อุด … ในรูป ยังไม่ได้ลงอะไรเลยครับ ฉีดน้ำแรงดัน ล้าง ที่ลงไว้ออก เพราะคิดว่ามันไม่ใช่ คือผมลง ผงสี โป๊วอะไรก็ไม่รู้ แล้วมันเหลืองน่าเกลียด เลยเอาน้ำฉีดล้างออกไป

    เดี๋ยวคงปรึกษากับแฟนอีกที ว่าจะอุดไม่อุด ถ้าอุด คงจะเอา ไม้สักที่เก็บไว้มาเลื่อยแล้วผสมกาว ตามที่ ทุกท่านแนะนำครับ…

    ขอบพระคุณครับ

    By: มังคุด (mangkhud)
    Since: 27 ก.ย. 55 21:33:47

  7. ลองไปดูเฟอร์ไม้จริงนำเข้าที่SB Index ดูสิครับ ยังกะเอาไม้ตากฝนแดดนานๆมาทำ ไม่ขัดไม่ลงแล็กเกอร์เลย
    ที่ไม่เก่ายังพยายามทำให้เก่า
    แนวมันกลับไปสู่ธรรมชาติมากขึ้นนะ
    จากที่จับไม้แล้วขัดเรียบกริบ กลายเป็นจับไม้ ต้องรู้เลยว่าเป็นไม้ มีร่องมีรอยไม้ให้สัมผัสได้

    By: คนรักดาบไทย
    Since: 28 ก.ย. 55 08:05:52

  8. ความงามของไม้ที่ต้องการโชว์เนื้อไม้/ลาย/ไม้ มีอยู่ 2-3 รูปแบบ แล้วแต่ Style ของบ้านและความชอบส่วนตัว

    แบบแรก : งามแบบดิบๆ/เดิมๆ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกับธรรมชาติของไม้จริงๆ ไม้จะมีรอยแตก/รู หรือสีต่างกัน ก็ชื่นชอบลึกซึ้งแบบนั้นๆ, แบบนี้ก็จะแนะนำให้ทาด้วย"น้ำมันทีคออย/Teak Oil" ที่เป็นน้ำมันจะคืนความชุ่มชื้นให้กับไม้ ทำให้ไม่แตกแห้ง และไม่ดูดซับความชื้นหรือน้ำฝน(เสมือนเราทาโลชั่นให้กับผิวของเราๆ), แต่น้ำยาทีคออย จำเป็นต้องทาอยู่เสมอๆ(ภายในก็อย่างน้อยปีละครั้ง/ภายนอกก็ต้องเพิ่มเป็นปีละ2-3ครั้ง), เมือทาแล้วไม้จะไม่เปลี่ยนสี(อาจจะดูเข้มขึ้นบ้างเมื่อทาใหม่ๆ/แต่ก็จะดูกลับมาเหมือนเดิมภายในเวลาไม่นาน), ทาง่ายเพราะใส

    แบบที่สอง : ก็งามคล้ายๆกับแบบแรก ยังคงต้องการโชว์ลายไม้ตามธรรมชาติอยู่เช่นกัน และอยากให้ได้กับสัมผัสกับผิวไม้ แต่ก็อยากให้เนื้อไม้มีเฉดสีตามทีตัวเองชื่นชอบ(เปลี่ยนสีไม้) และสามารถทำให้ไม้แต่ละชิ้นมีสีกลมกลืนกันมากขึ้น, แบบนี้ก็จะแนะนำ"สีย้อมไม้วูดสเตน/WoodStain" เป็นสีน้ำมันชนิดหนึ่ง/ใส/มีสีให้เลือกหลากหลาย/มีทั้งกึ่งเงาและเงาให้เลือกใช้, สีขนิดนี้เนื้อสีส่วนใหญ่จะซึมซับเข้าไปในเนื้อไม้เป็นส่วนใหญ่ อายุสีก็จะนานกว่าแบบแรก อาจจะ 2-3ปี ไม่เกิน 5ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศ(สีอ่อนอายุสั้นกว่าสีเข้ม) ใช้ได้ทั้งภายนอก-ภายใน(นิยมภายนอกมากกว่า)
    ปัจจุบัน มีชนิดสำหรับทาพื้นโดยเฉพาะเป็น "สีย้อมพื้นไม้เดคสเตน/Deck Stain" มีชนิดกึ่งเงาอย่างเดียว, และปัจจุบันบางยี่ห้อมีชนิดสูตรน้ำ ให้เลือกใช้อีกด้วย(ราคาสูงกว่า/ทาง่ายกว่าเล็กน้อย)

    แบบที่สาม : เป็นการเคลือบผิวไม้ด้วยฟิล์มสีใส ที่แกร่งคงทนต่อการขูดขีด และสารเคมีต่างๆ(ที่มีใช้ในบ้าน) แต่ยังโชว์ลายไม้อยู่ แบบนี้แนะนำเลือกใช้ "น้ำมันเคลือบแข็งพื้นไม้โพลียูรีเทน/Polyurethane", น้ำมันแบบนี้จะให้ฟิล์มสีใส/แข็ง (เสมือนมีแก้วใสเคลือบอยู่บนผิวไม้) จึงทำให้ทนต่อการเหยียบย่ำหรือขูดขีดได้ดี จึงนิยมใช้ทาพื้นไม้(หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็ได้) เนื้อสีเกือบทั้งหมดจะลอยอยู่เนื้อผิวไม้ ควรใช้เฉพาะภายในบ้าน(แม้บางยี่ห้อจะมีชนิดภายนอกให้เลือกใช้ แต่ควรใช้ในห้องภายในที่มีแดดส่องถึง), อายุสีชนิดนี้ยาวนานหลายๆปี
    ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดใสเงามัน แต่ปัจจุบันมีบางยี่ห้อมีชนิดกึ่งเงาและชนิดด้านให้เลือกใช้ด้วย

    By: siriwatch /at/ captaincoating.com
    Since: 30 ก.ย. 55 19:17:03

  9. อนึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 แบบข้างต้น ไม่สามารถใช้ร่วมกันนะครับ เช่น
    หากเลือกทาด้วย Teak Oil ไปแล้ว ก็จะไม่สามารถทาสีหรือน้ำยาอะไรได้อีกนาน(จนกว่าน้ำมันจะหมดอายุไป)
    หรือเลือกใช้ Wood Stain แล้ว คิดจะเคลือบซ้ำด้วยน้ำมัน Polyurethane แบบนี้ก้ไม่แนะนำนะครับ

    ส่วนการอุดโป๊วรูหรือรอยแตกไม้นั้น ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า "Wood Filler" เท่านั้นครับ
    Wood Filler เนสีโป๊วสำหรับเนื้อไม้โดยเฉพาะ, ยึดเกาะกับเนื้อไม้ได้ดี,เมื่อแห้งสนิทแล้วแข็ง(เสมือนไม้) และเท่าที่ทราบบางยี่ห้อมีสีให้เลือกถึง 4 สี เพื่อให้ใกล้เคียงกับแต่ละเนื้อไม้ (ลองถามหาได้ตาม Moder Trade อาทิ HomePro/บุญถาวร/HomeWork)

    By: siriwatch /at/ captaincoating.com
    Since: 30 ก.ย. 55 19:26:14

Leave a Reply