จะทำบัตรเคดิตใว้สำรองค่าใช่จ่ายตอนซื้อบ้านดีไหม. แนะนำด้วยคะ

เรากำลังจะซื้อบ้าน แต่กังวลเรื่องค่าโอน และค่าจดจำนองต่างๆ ประวัติไม่เคยมีบัตรเคดิตเลย อยากจะทำใว้สำรองเพื่อนๆว่าเราทำดีไหม และดอกเบี้ยบัตรเคดิตแพงไหมคะ. เราเคยมีบัตรพาวเวิร์บายเขามีแบบให้กู้เงินได้ด้วย ยอดที่เราสามารถกู้ได้ตอนนั้น 80000บาท เพื่อนๆว่าอันไหนดีกว่ากันคะ คงต้องได้ใช้ไม่อันใดก็อันนึ่ง ช้
่วยพิจรณาทีคะ  ว่าอันไหนดอกถูกกว่ากัน จะขอบระคุณมากคะ

By: เหรียญสิบ
Since: 14 ก.ย. 55 14:13:20


9 ความคิดเห็น บนเรื่อง “จะทำบัตรเคดิตใว้สำรองค่าใช่จ่ายตอนซื้อบ้านดีไหม. แนะนำด้วยคะ

  1. ถ้าจะกู้บ้าน ไม่แนะนำให้ทำบัตรเครดิตค่ะ  เอาไว้กู้ผ่านก่อน ค่อยทำดีมั้ยคะ

    By: บินอยู่บนฟ้ารุ่งทิวาย่ำราตรี
    Since: 14 ก.ย. 55 14:49:50

  2. เซ็นต์สัญญาเงินกู้กับ Bank เรียบร้อยแล้วก็ทำทันทีเลยคะ เผื่อเวลาอนุมัติบัตรเครดิตด้วย จะได้มีบัตรใช้ทันพอดีๆกับตอยโอนบ้าน

    ปล. ของเราตอนนี้ได้บัตรเครดิตช่วยชีวิตไว้เยอะเลยคะ พวก 0% 6-12 เดือนเนี่ย เพราะต้องแต่งบ้านอีกเยอะเหมือนกันนะคะ

    By: Monkey Mia
    Since: 14 ก.ย. 55 14:55:24

  3. การไม่มีหนี้เพิ่มก็เป็นลาภอันประเสริฐอีกอย่างนึงครับใช้เงินตามกำลังกินอิ่มนอนหลับครับ

    By: sitteto
    Since: 14 ก.ย. 55 14:58:50

  4. ส่วนตัวผมคิดก่อนทำบัตรว่า "ไม่เป็นไร…แค่ใบเดียว"
    ใช้ไปใช้มา มีอีกใบ และก็อีกใบ ทุกใบเต็มวงเงินตลอด
    มารู้ตัวอีกทีต้องจ่ายขั้นต่ำทุกใบ จะเคลียให้หมดก็ยากแล้วครับ
    T^T เศร้าเลยครับ

    By: Qpidzz14
    Since: 14 ก.ย. 55 15:18:00

  5. ทำไว้ใช้เพื่อความสะดวกในการซื้อของ ได้ของแถม ส่วนลด หรือผ่อน 0% ก็โอเคเลยค่ะ
    แต่นั่นหมายถึงถ้าเรารูดแล้วเรามีจ่ายตามที่รูดนะคะ แต่ถ้าต้องจ่ายขั้นต่ำ หรือรูดเงินสด
    ดอกเบี้ยน่ากลัวมาก  เดี๋ยวจะวนอยู่ในวงจรอุบาทว์  

    ถ้ากลัวเงินตึงมือกู้ตกแต่งกับธนาคาร สหกรณ์ หรือสวัสดิการที่ทำงานดีกว่าค่ะ

    By: simiach
    Since: 14 ก.ย. 55 15:43:16

  6. คิดว่ามีไว้ดีแน่นอน คนที่ควบคุมค่าใช้จ่ายตัวเองมักจะบอกว่าไม่ดี ส่วนตัวคิดว่าถ้าเรามีวินัย มีไว้อุ่นใจครับ เราไม่รู้หรอกว่าต่อไปเราจะต้องมีอะไรนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่เราได้คำนวนว่าจะผ่อนบ้านเดือนละเท่าไหร่ กินเท่าไหร่ ค่าน้ำ ค่าไฟ อย่างน้อยมีบัตรพวกนี้ไว้ ฉุกเฉินมาไม่ต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือใคร เจ็บไข้ได้ป่วย
    ผมมีทั้งบัตรเครดิต กับเรตดี้เครดิต ครับ ค่าธรรมเนียมรายปีก็ขอได้

    By: speedbird
    Since: 14 ก.ย. 55 16:12:05

  7. มีไว้ดีคะแต่ต้องควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองให้ได้นะคะ และถ้าซื้อเฟอร์นิเจอร์บัตรเครดิตบางใบผ่อนได้ 0 เปอร์เซ็นนาน 3-10 เดือนนะจ๊ะ

    By: หมอกเหนือเมื่อหนาว
    Since: 14 ก.ย. 55 16:29:21

  8. http://www.bot.or.th/Thai/FinancialLiteracy/credit/Pages/credit1.aspx

    ข้อคิด..ก่อนและหลังการขอสินเชื่อ

         1.  ควรถามตัวเองก่อนว่า สิ่งของที่จะซื้อ
    – จำเป็นหรือแค่อยากได้
    – ต้องซื้อตอนนี้เลยหรือเปล่า
    – ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เจอของชิ้นนี้ก็ยังอยู่มาได้ใช่ไหม  
    ถ้าถามแล้วได้คำตอบว่าจำเป็นต้องซื้อตอนนี้จริง ๆ ก็ลองคิดดูดี ๆ ว่าจำเป็นต้อง
    ขอสินเชื่อหรือไม่ เพราะควรขอสินเชื่อต่อเมื่อมั่นใจว่าสามารถจ่ายคืนได้

         2. อย่าลืมว่าเงินที่ได้มาจากการขอสินเชื่อไม่ใช่เงินของเรา ไม่ใช่เงินให้เปล่า แต่เป็นเงินที่ดึงมาจากในอนาคตเพื่อใช้ในปัจจุบัน จึงมี “ราคา” ที่ต้องจ่ายก็คือดอกเบี้ยนั่นเอง

         3.   ถ้ามีอะไรที่จำเป็นต้องซื้อหรืออยากได้แต่ไม่ด่วน ให้ลองเก็บเงินเป็นงวด ๆ เหมือนผ่อนกับตัวเองก่อน นอกจาก
    ไม่เสียดอกเบี้ยแล้ว ยังได้ดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มด้วย และเมื่อเก็บได้ครบแล้ว ความอยากซื้ออยากได้ก็อาจหมดไป ทำให้เรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีก
    ต่างหาก

        4.   สินเชื่อประเภทนี้เป็นสินเชื่อที่ไม่ทำให้เรามีรายได้เพิ่ม ไม่เหมือนสินเชื่อที่เรานำไปทำการค้าหรือลงทุน และคิดดอกเบี้ยแพงกว่า
    สินเชื่อทั่วไปเนื่องจากไม่มีหลักประกัน จึงควรขอสินเชื่อให้ถูกวัตถุประสงค์ถ้าทำได้ และหากสามารถขอสินเชื่อส่วนบุคคลแบบที่ต้องใช้หลักประกันได้ก็จะช่วยลดภาระหนี้ได้มาก เนื่องจากสินเชื่อที่มีหลักประกันจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

        5.   หาข้อมูล สอบถาม เปรียบเทียบ เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ คุณภาพการบริการ ของสถาบันการเงินและบริษัท non-bank หลาย ๆ ที่ ตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว สังเกตด้วยว่าอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีหน่วยเป็นอะไร เช่น กี่ % ต่อเดือนหรือต่อปี กี่บาทต่อครั้งหรือต่องวด  อย่าเชื่อโฆษณาที่มีเงื่อนไขดีเกินจริงโดยทันที แต่ต้องตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ อย่าละเลยไม่อ่าน
    ข้อความตัวเล็ก ๆ ในส่วนล่างของโฆษณา ซึ่งเราอาจถามเจ้าหน้าที่ ดูจากสื่อต่าง ๆ หรือคุยกับคนรู้จักที่เคยใช้บริการแล้วเพื่อตัดสินใจเลือกขอสินเชื่อที่เหมาะสมและตรงความต้องการของเราที่สุด

        6.   ควรเลือกใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น
    ได้รับเงินกู้เต็มจำนวน ดอกเบี้ยถูกกว่าเงินกู้นอกระบบ มีทางการคอยควบคุมดูแล ตรวจสอบได้ถ้ามีปัญหา ลดความเสี่ยงเรื่องการถูกทำร้าย
    ร่างกายหรือทรัพย์สินอย่างที่มักเกิดขึ้นกับเงินกู้นอกระบบ  

        7.   ขอวงเงินเท่าที่จำเป็น และอย่าขอมากเกินกว่าที่เราเองรู้สึกสบายใจ ยืนยัน ยืนกราน
    และไม่ต้องเกรงใจเจ้าหน้าที่สินเชื่อถ้าเขาชวนให้เราสมัครสินเชื่อที่เราไม่จำเป็นต้องใช้หรือให้วงเงิน
    มากเกินไป เราสามารถตอบกลับอย่างสุภาพว่า “ไม่” ได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิด อย่าลืมว่าคนที่ต้องใช้หนี้คือเรา คนที่ชวนเราสมัครไม่ได้มาช่วยเราชำระหนี้ด้วย และอย่าสมัครเพราะอยากได้ของแถม เพราะเราจะได้หนี้ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแถมมาด้วย

        8.   พยายามชำระหนี้ให้หมดเร็วที่สุดเพื่อลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการเพิ่มเงินที่จ่ายในแต่ละงวดหรือหาเงินก้อนใหญ่มาโปะ แต่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าปรับจากการชำระเงินไม่เป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องลองเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่จะประหยัดได้ว่าคุ้มค่าที่จะจ่ายเพิ่มอย่างที่กล่าวมาหรือเปล่า

    9.  คอยตรวจสอบยอดหนี้ทั้งหมดของตนเองอยู่เสมอ และสังเกตว่าเริ่มจะมีหนี้มาก
    เกินไปหรือไม่ หากจำเป็นก็อาจต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง เพื่อ
    ไม่ให้เกิดปัญหาเงินไม่พอใช้และปัญหาอื่น ๆ เช่น ถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม
    ในภายหลัง

        10.   ถ้าเริ่มชำระหนี้ไม่ไหว ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินหรือบริษัทเจ้าหนี้ของเราโดยเร็วเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา หรือติดต่อสถาบันการเงินอื่นที่มีโครงการให้สินเชื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะปล่อยไว้ยิ่งนาน หนี้จะยิ่งเพิ่ม และสายเกินแก้มากขึ้นเรื่อย ๆ  

    หมายเหตุ : บทความบางส่วนดัดแปลงจาก http://www.bankinginfo.com.my และwww.moneysense.gov.sg

    By: Raining Man
    Since: 14 ก.ย. 55 16:30:17

  9. แบงค์พาณิชย์ส่วนมากจะเสนอบัตรเครดิตให้เลยในวันโอนค่ะ

    By: Kim-Ha
    Since: 14 ก.ย. 55 19:00:12

Leave a Reply